GPT-5.6 Luna price down 80%, Terra down 20% →

บล็อก qwen 3.8 Max

ราคา API ของ Qwen 3.8 Max: $2 อินพุต, $6 เอาต์พุต, บริบท 1M
Aug 4, 2026
qwen 3.8 Max

ราคา API ของ Qwen 3.8 Max: $2 อินพุต, $6 เอาต์พุต, บริบท 1M

สรุปราคาเบสของ Qwen 3.8 Max - อินพุต: $2 ต่อ 1M tokens - เอาต์พุต: $6 ต่อ 1M tokens ค่าคลังแคช (cache) และแนวทางลดต้นทุน - แนวคิด: แยกพรีฟิกซ์ที่คงที่ (เช่น system prompt, นโยบาย, คำสั่งยาวๆ) ออกจากส่วนที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถแคชได้ - ค่าธรรมเนียมแคช: แตกต่างตามผู้ให้บริการ API/แพลตฟอร์ม (เช่น อาจคิดราคาถูกกว่าราคาต่ออินพุตปกติสำหรับ cache hit หรือคิดเฉพาะครั้งแรก) ควรตรวจสอบเอกสารของผู้ให้บริการที่คุณใช้งาน - โครงสร้างพรอมป์ต์เพื่อใช้แคชได้ดี: - วาง system prompt และกฎที่ไม่เปลี่ยนในส่วนต้นของข้อความ - แยกข้อมูลชั่วคราว/ไดนามิกให้อยู่ท้ายข้อความหรือส่งเป็นส่วนย่อยที่ไม่กระทบพรีฟิกซ์ - ใช้ข้อความและรูปแบบที่สม่ำเสมอ เพื่อลด miss-cache ค่าใช้จ่ายด้าน Tools (function calling/RAG/ฯลฯ) - การเรียกใช้เครื่องมือ (function/tool calling): โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมคือโทเค็นที่โมเดลใช้ในการ - อธิบายสคีมาของเครื่องมือในพรอมป์ต์ (อินพุต) - ขอเรียกใช้เครื่องมือ (เอาต์พุตของโมเดลเพื่อระบุเครื่องมือและอาร์กิวเมนต์) - ส่งผลลัพธ์จากเครื่องมือกลับเข้าโมเดล (อินพุตรอบถัดไป) ทั้งหมดนับเป็นโทเค็นอินพุต/เอาต์พุตตามเรตราคา $2/M และ $6/M - ต้นทุนภายนอกของเครื่องมือ: ถ้าเครื่องมือไปเรียกบริการภายนอก (ฐานข้อมูล, เวกเตอร์สโตร์, เว็บ, คำนวณเฉพาะทาง) ค่าบริการส่วนนั้นคิดต่างหากตามผู้ให้บริการนั้น ไม่เกี่ยวกับค่าโมเดล - Embedding/Rerank/Multimodal: ถ้ามีการใช้บริการแยก (เช่น embedding, reranker, vision I/O) จะมีเรตราคาเฉพาะของบริการนั้น แยกจากค่า LLM ตรวจสอบราคาในเอกสารของผู้ให้บริการ ตัวอย่างคำนวณต้นทุน (ใช้เรตราคา $2/M อินพุต และ $6/M เอาต์พุต) - สนทนาสั้น 1,000 in + 1,000 out tokens: - อินพุต: 0.001M × $2 = $0.002 - เอาต์พุต: 0.001M × $6 = $0.006 - รวม ≈ $0.008 ต่อคำขอ - RAG/พรอมป์ต์ยาว 10,000 in + 1,500 out tokens: - อินพุต: 0.01M × $2 = $0.02 - เอาต์พุต: 0.0015M × $6 = $0.009 - รวม ≈ $0.029 ต่อคำขอ - งานแบตช์ 100 คำขอ × (500 in + 300 out tokens ต่อคำขอ): - ต่อคำขอ: (0.0005M × $2) + (0.0003M × $6) = $0.001 + $0.0018 = $0.0028 - รวม 100 คำขอ ≈ $0.28 - อิมแพ็กต์ของแคช (ตัวอย่างแนวคิด): - สมมติมี system prompt คงที่ 8,000 tokens ใช้ซ้ำ 100 ครั้ง - หากไม่มีแคช: อินพุตส่วนนี้คิดเต็มทุกครั้ง = 0.008M × $2 × 100 = $1.60 เฉพาะพรีฟิกซ์ - หากผู้ให้บริการคิดค่า cache hit ในอัตราที่ถูกลง (เช่น x% ของอัตราอินพุตปกติ) ต้นทุนพรีฟิกซ์โดยประมาณ = $0.016 (ครั้งแรกเต็ม) + $0.016 × x% × 99 - ค่าจริงขึ้นกับนโยบายแคชของแพลตฟอร์มที่ใช้ ขีดจำกัดและแนวปฏิบัติ - ขนาดบริบท (context window) และ max output tokens: แตกต่างตามผู้ให้บริการ/แผน ควรกำหนด max_output_tokens เพื่อคุมต้นทุน และแบ่งงานยาวเป็นชิ้นๆ - อัตราการเรียกใช้งาน (RPM/TPM/QPS) และการประมวลผลขนาน: มีเพดานรายบัญชี/รายรุ่น ตรวจสอบและขอเพิ่มโควต้าเมื่อจำเป็น - ขนาดไฟล์/รูปภาพ/เอกสารต่อคำขอ: มีเพดานทั้งด้านจำนวนและขนาด - การสตรีม: เปิดใช้สตรีมมิ่งเอาต์พุตเพื่อลด latency ที่รู้สึกได้ และตัดการตอบก่อนครบถ้าพอใจ ช่วยคุมโทเค็นเอาต์พุต คำแนะนำย้ายงานจาก Qwen 3.7 ไป Qwen 3.8 - ความเข้ากันได้ของ API/รุ่น: - เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็นรุ่น 3.8 ที่ต้องการ และทดสอบกับเอ็นด์พอยต์เดิม - ตรวจสอบพารามิเตอร์ที่อาจมีค่าเริ่มต้นต่างไป (เช่น temperature, top_p, penalties) - การเรียกใช้เครื่องมือ: - รักษาโครงสคีมาและชื่อฟังก์ชันให้สม่ำเสมอ - ทดสอบรอบโต้ตอบหลายขั้น (คิด-เรียกเครื่องมือ-สรุปผล) เพราะ 3.8 อาจให้เหตุผลยาวขึ้น ทำให้โทเค็นเพิ่ม - JSON/รูปแบบผลลัพธ์: - หากผู้ให้บริการรองรับโหมดผลลัพธ์แบบบังคับรูปแบบ ให้เปิดใช้เมื่อส่งออกเป็น JSON - กำหนดตัวอย่างเอาต์พุต (structured examples) เพื่อคุมความสม่ำเสมอ - การควบคุมต้นทุน: - ตั้งเพดาน max_output_tokens ตามกรณีใช้งาน - เปิดสตรีมและหยุดเมื่อเพียงพอ - เปิดใช้แคชสำหรับ system prompt/ความรู้คงที่ ถ้าผู้ให้บริการรองรับ - คุณภาพและรีเกรสชัน: - สร้าง golden set/benchmarks เดิมของ 3.7 แล้วรันเทียบบน 3.8 - ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงความยาวคำตอบ ความเคร่งครัดต่อคำสั่ง และความคงเส้นคงวาทางสไตล์ - การสังเกตการณ์และบิลลิ่ง: - บันทึกโทเค็นแยกอินพุต/เอาต์พุต และแยกส่วนที่คงที่กับไดนามิก เพื่อติดตามผลแคชและจุดที่ต้นทุนสูง - ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อเกินงบ/โควต้า หมายเหตุ - อัตราค่าแคช, ขีดจำกัดโควต้า, และค่าบริการเสริม (embedding, rerank, vision) แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ/แพลตฟอร์มที่คุณใช้ หากระบุผู้ให้บริการที่ใช้งานอยู่ จะสามารถให้ตัวเลขที่เฉพาะเจาะจงและแผนลดต้นทุนที่เหมาะสมได้มากขึ้น